เด็กวัดเฝ้าประตู นานมาแล้ว มีวัดเก่าอยู่ริมแม่น้ำ ในวัดมีหลวงพ่อแก่ใจดีกับเด็กวัดตัวเล็กคนหนึ่ง ชื่อศรีธนญชัย เย็นวันหนึ่ง หมู่บ้านอีกฝั่งแม่น้ำมีงานใหญ่ เสียงดนตรีลอยข้ามน้ำมาถึงวัด พอดีมีคนป่วยหนักที่หมู่บ้าน ชาวบ้านรีบมาขอให้หลวงพ่อไปช่วยดู ก่อนออกเดิน หลวงพ่อหันมาสั่งว่า "เจ้าอยู่เฝ้าประตูวัดไว้ให้ดีนะ อย่าให้ประตูหายไปจากสายตาเด็ดขาด" ศรีธนญชัยรับปากเสียงดัง "ได้ครับหลวงพ่อ" เด็กวัดนั่งจ้องประตูอยู่ได้สักพัก เสียงจากงานก็ดังขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงร้องเพลง เสียงหัวเราะ มีกลิ่นขนมลอยตามลมมาด้วย ศรีธนญชัยอยากไปดูใจแทบขาด แต่หลวงพ่อสั่งให้เฝ้าประตู เขานั่งคิดอยู่นาน แล้วก็หันไปพูดกับประตูว่า "ประตูเอ๊ย หลวงพ่อสั่งให้ข้าเฝ้าเจ้า ไม่ได้สั่งให้ข้าเฝ้าวัดสักหน่อย ถ้าเจ้าไปกับข้า ข้าก็ยังเฝ้าเจ้าอยู่เหมือนเดิม ถูกไหมล่ะ" ว่าแล้วก็ถอดประตูออก ยกขึ้นหลัง เดินข้ามสะพานไปทันที ประตูหนักจนขาสั่น แต่เด็กวัดก็ไม่ยอมวางเลย ที่งาน ชาวบ้านเห็นเด็กตัวเล็กยกประตูมาเที่ยว ก็หัวเราะกันทั้งตลาด ศรีธนญชัยไม่สนใจใคร เขาวางประตูไว้ข้างตัว ยืนดูละคร ฟังเพลง แต่ไม่ว่าจะสนุกแค่ไหน มือหนึ่งก็ยังแตะประตูไว้ตลอด ตาก็หันกลับมาดูมันแทบทุกนาที ค่ำนั้น หลวงพ่อกลับมาถึงวัดก็ต้องยืนนิ่ง วัดไม่มีประตู! ท่านคิดว่าโดนขโมย ตกใจแทบตาย พอชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาบอกว่า "หลวงพ่อ เด็กวัดของท่านยกประตูไปเที่ยวงาน" หลวงพ่อก็โมโหจนหน้าแดง รีบเดินข้ามสะพานไปทันที ที่งานนั้นเอง ท่านเจอศรีธนญชัยยืนอยู่ข้างประตูจริงๆ หน้าตาภูมิใจเหมือนทหารเฝ้าวัง "เจ้าลูกลิง! ข้าสั่งให้เจ้าเฝ้าประตู ทำไมถึงยกมันมาที่นี่!" ศรีธนญชัยตอบทันที "ผมก็เฝ้าอยู่นี่ไงครับ ตั้งแต่หลวงพ่อออกจากวัด ประตูไม่เคยหายไปจากสายตาผมเลยแม้แต่พริบตาเดียว ผมกลัวมันหาย ก็เลยเอามันมาด้วย จะได้เฝ้าได้ใกล้ๆ ครับ" หลวงพ่ออ้าปากจะด่า แต่คิดไปคิดมา คำของเด็กก็ไม่ผิดสักคำ ท่านเลยปิดปากลงเหมือนเดิม หันหน้าไปแอบยิ้มนิดหน่อย แล้วพูดเบาๆ ว่า "เอาเถอะ ดูงานให้จบก่อน แล้วค่อยช่วยกันยกกลับก็แล้วกัน" ชาวบ้านรอบตัวหัวเราะกันดังทั่วทั้งงาน บางคนถามว่าเด็กคนนี้ชื่ออะไร หลวงพ่อตอบเบาๆ ว่า "ศรีธนญชัย" และคืนนั้นเอง ชื่อนี้ก็ถูกเรียกซ้ำไปซ้ำมาทั่วทั้งตลาด เหมือนกับว่ามันจะถูกเรียกต่อไปอีกนานแสนนาน